ดูแลจุดซ่อนเร้นให้ถูกวิธี 8 ข้อที่ควรทำและไม่ควรทำ (Intimate Hygiene)
หลักการดูแลจุดซ่อนเร้นที่ถูกต้องคือ ล้างเฉพาะภายนอกด้วยน้ำสะอาด ไม่สวนล้างเข้าด้านใน เช็ดจากหน้าไปหลัง ซับให้แห้งสนิท ใส่กางเกงในผ้าฝ้ายที่ระบายอากาศ เปลี่ยนผ้าอนามัยทุก 3–4 ชั่วโมง ปัสสาวะทันทีหลังมีเพศสัมพันธ์ และหลีกเลี่ยงสบู่ที่มีน้ำหอมกับสเปรย์ดับกลิ่น ช่องคลอดทำความสะอาดตัวเองได้อยู่แล้ว การทำความสะอาดที่มากเกินไปคือสาเหตุที่พบบ่อยของอาการคันและตกขาวผิดปกติ
1. ล้างเฉพาะภายนอก อย่าสวนล้างเข้าด้านใน
ช่องคลอดมีระบบทำความสะอาดตัวเองด้วยตกขาวและแบคทีเรียแลคโตบาซิลลัสที่รักษาความเป็นกรดไว้ที่ pH ราว 3.8–4.5 ซึ่งเป็นสภาพที่เชื้อโรคส่วนใหญ่อยู่ไม่ได้
การสวนล้างเข้าไปด้านในชะแบคทีเรียดีออกไปด้วย ทำให้เชื้อที่ก่อปัญหาเพิ่มจำนวนได้ง่ายขึ้น
ล้างเฉพาะบริเวณภายนอกด้วยน้ำสะอาดวันละ 1–2 ครั้งก็เพียงพอ
2. เลี่ยงสบู่ที่มีน้ำหอมและสเปรย์ดับกลิ่น
ผิวบริเวณนี้บางและไวต่อสารเคมีมากกว่าผิวส่วนอื่น สบู่ที่มีน้ำหอม เจลอาบน้ำ และสเปรย์ดับกลิ่นเป็นสาเหตุของการระคายเคืองที่พบบ่อย
ถ้าจำเป็นต้องใช้ผลิตภัณฑ์ ให้เลือกสูตรอ่อนโยนที่ไม่มีน้ำหอมและใช้เฉพาะภายนอก
ดูแลภายในของคุณผู้หญิงด้วย ริกซี่
สารสกัดสำหรับผู้หญิง 8 ชนิดในแคปซูลเดียว มีเลขที่จดแจ้ง อย. กำกับทุกกล่อง
3. เช็ดจากหน้าไปหลังเสมอ
เพราะท่อปัสสาวะของผู้หญิงสั้นและอยู่ใกล้ทวารหนัก การเช็ดจากหลังมาหน้าจึงพาแบคทีเรียจากลำไส้มาที่ท่อปัสสาวะ ซึ่งเป็นสาเหตุอันดับหนึ่งของกระเพาะปัสสาวะอักเสบในผู้หญิง
4. ซับให้แห้งสนิททุกครั้ง
ความอับชื้นคือสภาพที่เชื้อราและแบคทีเรียชอบที่สุด หลังอาบน้ำหรือเข้าห้องน้ำควรซับให้แห้งด้วยผ้าสะอาดเสมอ
ถอดชุดว่ายน้ำหรือชุดออกกำลังกายที่เปียกทันทีหลังใช้ ไม่ปล่อยไว้เป็นชั่วโมง
5. เลือกกางเกงในผ้าฝ้าย และเปลี่ยนทุกวัน
ผ้าฝ้ายระบายอากาศได้ดีกว่าไนลอนหรือลูกไม้ ลดความอับชื้นได้ชัดเจน
ซักด้วยน้ำยาสูตรอ่อนโยน ล้างให้สะอาด และตากแดดให้แห้งสนิท
การนอนโดยไม่ใส่กางเกงในบ้างช่วยให้ผิวได้ระบายอากาศ
6. เปลี่ยนผ้าอนามัยทุก 3–4 ชั่วโมง
แม้เลือดจะออกไม่มาก ผ้าอนามัยที่ใส่นานเกินไปก็ทำให้เกิดความอับชื้นและกลิ่น
ถ้าใช้ผ้าอนามัยแบบสอด ต้องไม่ทิ้งไว้เกิน 8 ชั่วโมง และควรมีชนิดที่ดูดซับพอดีกับปริมาณ
แผ่นอนามัยรายวันก็ควรเปลี่ยนอย่างน้อยทุก 4 ชั่วโมงเช่นกัน
7. ปัสสาวะทันทีหลังมีเพศสัมพันธ์
ช่วยชะแบคทีเรียที่อาจถูกดันเข้าไปในท่อปัสสาวะระหว่างมีเพศสัมพันธ์ออกมา เป็นวิธีง่าย ๆ ที่ลดโอกาสกระเพาะปัสสาวะอักเสบได้จริง
ทำความสะอาดภายนอกด้วยน้ำสะอาดทั้งก่อนและหลัง และใช้ถุงยางอนามัยเพื่อป้องกันการติดเชื้อ
8. นอนให้พอ และอย่ามองข้ามความเครียด
ภูมิคุ้มกันที่ตกจากการพักผ่อนน้อยและความเครียดเป็นเหตุผลที่คนจำนวนมาก 'รักษาหายแล้วกลับมาเป็นซ้ำ'
การนอน 7–8 ชั่วโมง ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และกินอาหารครบ 5 หมู่ คือพื้นฐานที่สำคัญไม่แพ้การดูแลภายนอก
บทความนี้เป็นข้อมูลความรู้ทั่วไปเพื่อการดูแลสุขภาพเบื้องต้น ไม่ใช่คำแนะนำเฉพาะบุคคล