ปวดประจำเดือนแบบไหนไม่ปกติ 6 สัญญาณที่ไม่ควรทนต่อ
สัญญาณที่บอกว่าอาการปวดประจำเดือนไม่ใช่เรื่องปกติ ได้แก่ ปวดจนต้องหยุดงานหรือหยุดเรียนทุกเดือน ปวดมากขึ้นเรื่อย ๆ ทุกปี กินยาแก้ปวดแล้วไม่ดีขึ้น ปวดนานเกิน 3 วันหรือปวดตั้งแต่ก่อนประจำเดือนมา เจ็บเวลามีเพศสัมพันธ์ และประจำเดือนมามากผิดปกติจนซีด หากมีข้อใดข้อหนึ่ง ควรไปตรวจภายในเพื่อหาสาเหตุ
1. ปวดจนต้องหยุดงานหรือหยุดเรียนทุกเดือน
การปวดประจำเดือนที่พบทั่วไปควรบรรเทาได้ด้วยยาแก้ปวดและการประคบร้อน จนทำกิจวัตรได้ตามปกติ
ถ้าต้องนอนทั้งวันทุกเดือน นั่นไม่ใช่ 'ทนได้' แต่เป็นสัญญาณที่ควรไปหาสาเหตุ
2. ปวดมากขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อเทียบกับปีก่อน
อาการปวดประจำเดือนทั่วไปมักคงที่หรือดีขึ้นตามอายุ โดยเฉพาะหลังคลอดบุตร
การปวดที่รุนแรงขึ้นทุกปีเป็นลักษณะเด่นของเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ ซึ่งยิ่งวินิจฉัยเร็วยิ่งดูแลได้ดี
ดูแลภายในของคุณผู้หญิงด้วย ริกซี่
สารสกัดสำหรับผู้หญิง 8 ชนิดในแคปซูลเดียว มีเลขที่จดแจ้ง อย. กำกับทุกกล่อง
3. กินยาแก้ปวดตามขนาดปกติแล้วไม่ดีขึ้น
ยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs ควรได้ผลดีกับอาการปวดประจำเดือนทั่วไป โดยเฉพาะเมื่อเริ่มกินตั้งแต่วันแรกที่เริ่มปวด
ถ้าต้องเพิ่มขนาดยาขึ้นเรื่อย ๆ หรือกินแล้วไม่ได้ผล ควรไปตรวจแทนที่จะเพิ่มยาเอง
4. ปวดนานเกิน 3 วัน หรือปวดตั้งแต่ก่อนประจำเดือนมา
อาการปวดจากการบีบตัวของมดลูกมักเป็นมากที่สุดใน 1–2 วันแรก แล้วค่อย ๆ ทุเลา
การปวดที่เริ่มก่อนประจำเดือนมาหลายวันและลากยาวหลังประจำเดือนหมดแล้ว เป็นรูปแบบที่ควรตรวจเพิ่ม
5. เจ็บเวลามีเพศสัมพันธ์ หรือเจ็บเวลาถ่ายอุจจาระช่วงมีประจำเดือน
อาการทั้งสองอย่างนี้เป็นสัญญาณที่พบบ่อยของเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ ซึ่งหลายคนไม่ได้เล่าให้แพทย์ฟังเพราะเขินอาย
การเล่าอาการให้ครบเป็นสิ่งที่ช่วยให้วินิจฉัยได้เร็วขึ้นมาก
6. ประจำเดือนมามากผิดปกติ
ถ้าต้องเปลี่ยนผ้าอนามัยทุก 1–2 ชั่วโมง มีลิ่มเลือดก้อนใหญ่ หรือมีอาการซีด เหนื่อยง่าย ใจสั่น ควรไปตรวจ
การเสียเลือดมากทุกเดือนทำให้เกิดภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กได้ ซึ่งตรวจและดูแลได้ไม่ยาก
เตรียมตัวอย่างไรก่อนไปพบแพทย์
จดบันทึกวันที่ปวด ระดับความปวด 1–10 ยาที่ใช้และผลของยา อย่างน้อย 2 รอบเดือน
จดว่าประจำเดือนมากี่วัน เปลี่ยนผ้าอนามัยวันละกี่ครั้ง และมีลิ่มเลือดหรือไม่
เตรียมเล่าอาการอื่นที่อาจดูไม่เกี่ยว เช่น ท้องผูก ท้องเสียช่วงมีประจำเดือน หรือปัสสาวะบ่อย
ถ้าเคยตรวจอัลตราซาวด์หรือตรวจภายในมาก่อน ให้นำผลไปด้วย
บทความนี้เป็นข้อมูลความรู้ทั่วไปเพื่อการดูแลสุขภาพเบื้องต้น ไม่ใช่คำแนะนำเฉพาะบุคคล