รู้จักอวัยวะภายในของผู้หญิง มดลูก รังไข่ ท่อนำไข่ ทำงานอย่างไร
ระบบสืบพันธุ์ของผู้หญิงประกอบด้วย รังไข่ 2 ข้างที่ผลิตไข่และฮอร์โมนเพศ ท่อนำไข่ที่เป็นทางเดินของไข่ มดลูกซึ่งเป็นอวัยวะกลวงรูปลูกแพร์ที่รองรับการตั้งครรภ์ ปากมดลูกที่เชื่อมมดลูกกับช่องคลอด และช่องคลอดที่เชื่อมออกสู่ภายนอก ความเข้าใจโครงสร้างเหล่านี้ช่วยให้อธิบายตำแหน่งที่ปวดและอาการของตัวเองกับแพทย์ได้ชัดเจนขึ้น
รังไข่ (Ovaries)
มี 2 ข้าง ขนาดประมาณเมล็ดอัลมอนด์ ทำหน้าที่ผลิตไข่และผลิตฮอร์โมนเพศหญิงหลัก ๆ คือเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรน
ผู้หญิงเกิดมาพร้อมไข่จำนวนจำกัด และจะลดลงเรื่อย ๆ จนหมดในวัยหมดประจำเดือน
ถุงน้ำรังไข่ที่พบบ่อยส่วนใหญ่เป็นถุงน้ำที่เกิดจากรอบเดือนปกติและหายไปเอง แต่บางชนิดต้องติดตามดู
ท่อนำไข่ (Fallopian tubes)
เป็นท่อยาวราว 10 เซนติเมตรที่เชื่อมรังไข่กับมดลูก และเป็นจุดที่ไข่กับอสุจิพบกันเมื่อเกิดการปฏิสนธิ
การอักเสบของท่อนำไข่จากการติดเชื้อที่ลามขึ้นมาเป็นสาเหตุสำคัญของภาวะมีบุตรยาก จึงเป็นเหตุผลที่ไม่ควรปล่อยการติดเชื้อในช่องคลอดไว้นาน
ดูแลภายในของคุณผู้หญิงด้วย ริกซี่
สารสกัดสำหรับผู้หญิง 8 ชนิดในแคปซูลเดียว มีเลขที่จดแจ้ง อย. กำกับทุกกล่อง
มดลูก (Uterus)
อวัยวะกลวงรูปคล้ายลูกแพร์คว่ำ ผนังเป็นกล้ามเนื้อหนา ด้านในบุด้วยเยื่อบุโพรงมดลูกที่หนาขึ้นและลอกออกเป็นประจำเดือนทุกเดือน
การบีบตัวของกล้ามเนื้อมดลูกเพื่อขับเยื่อบุออกมาคือที่มาของอาการปวดประจำเดือน
เนื้องอกกล้ามเนื้อมดลูกเป็นก้อนที่พบบ่อยและส่วนใหญ่ไม่ใช่มะเร็ง แต่ทำให้ประจำเดือนมามากและปวดหน่วงได้
ปากมดลูก (Cervix)
ส่วนล่างของมดลูกที่ยื่นเข้าไปในช่องคลอด มีต่อมที่ผลิตเมือกซึ่งเปลี่ยนลักษณะไปตามรอบเดือน
เป็นตำแหน่งที่ตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วยการตรวจแปปสเมียร์และตรวจหาเชื้อ HPV
ผู้หญิงอายุ 25 ปีขึ้นไปที่เคยมีเพศสัมพันธ์ควรตรวจคัดกรองตามคำแนะนำของแพทย์อย่างสม่ำเสมอ
ช่องคลอดและปากช่องคลอด (Vagina and vulva)
ช่องคลอดมีสภาพเป็นกรดอ่อน ๆ จากแบคทีเรียแลคโตบาซิลลัส ซึ่งเป็นเกราะป้องกันตามธรรมชาติ
ปากช่องคลอดคือส่วนภายนอกที่มองเห็นได้ เป็นบริเวณที่ผิวบางและไวต่อสารเคมี
การดูแลที่ถูกต้องคือทำความสะอาดเฉพาะภายนอกด้วยน้ำสะอาด ไม่สวนล้างเข้าด้านใน
กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน (Pelvic floor)
เป็นชั้นกล้ามเนื้อที่รองรับมดลูก กระเพาะปัสสาวะ และลำไส้ตรงไว้ไม่ให้หย่อนลงมา
อ่อนแรงลงได้จากการคลอดบุตร การยกของหนักเป็นประจำ น้ำหนักตัวมาก และอายุที่มากขึ้น
การฝึกขมิบ (Kegel) วันละ 2–3 ครั้ง ครั้งละ 10 ครั้ง ช่วยเรื่องปัสสาวะเล็ดและอาการหน่วงถ่วงได้จริง
บทความนี้เป็นข้อมูลความรู้ทั่วไปเพื่อการดูแลสุขภาพเบื้องต้น ไม่ใช่คำแนะนำเฉพาะบุคคล