ปวดท้องประจำเดือน ปวดแบบไหนปกติ แบบไหนต้องตรวจ (Menstrual Cramps)
อาการปวดท้องประจำเดือนเกิดจากสารพรอสตาแกลนดินที่ทำให้มดลูกบีบตัวเพื่อขับเยื่อบุโพรงมดลูกออกมา การปวดหน่วงท้องน้อย 1–2 วันแรกและบรรเทาได้ด้วยยาแก้ปวดทั่วไปถือว่าปกติ แต่ถ้าปวดรุนแรงจนทำงานหรือเรียนไม่ได้ ปวดนานเกิน 3 วัน ปวดมากขึ้นเรื่อย ๆ ทุกเดือน หรือกินยาแก้ปวดแล้วไม่ดีขึ้น ควรไปตรวจ เพราะอาจมีสาเหตุอื่น เช่น เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ เนื้องอกกล้ามเนื้อมดลูก หรือถุงน้ำรังไข่
แบบไหนที่ควรไปตรวจ
- ปวดจนต้องหยุดงานหรือหยุดเรียนทุกเดือน
- ปวดมากขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อเทียบกับปีก่อน
- กินยาแก้ปวดตามขนาดปกติแล้วยังไม่ดีขึ้น
- ปวดนานเกิน 3 วัน หรือปวดตั้งแต่ก่อนประจำเดือนมาหลายวัน
- ปวดร้าวไปหลัง ต้นขา หรือปวดเวลาถ่ายอุจจาระช่วงมีประจำเดือน
- เจ็บเวลามีเพศสัมพันธ์ หรือประจำเดือนมามากผิดปกติ
สาเหตุที่พบบ่อย
การบีบตัวของมดลูกตามปกติ
สารพรอสตาแกลนดินทำให้มดลูกบีบตัวขับเยื่อบุออกมา ผู้หญิงที่มีสารนี้สูงกว่าจะปวดมากกว่า นี่คือสาเหตุของการปวดประจำเดือนแบบทั่วไป
เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ (Endometriosis)
เยื่อบุไปเจริญนอกโพรงมดลูก ทำให้ปวดรุนแรงขึ้นทุกปี ปวดร้าวไปหลัง เจ็บเวลามีเพศสัมพันธ์ และมีผลต่อการมีบุตร พบได้ราว 1 ใน 10 ของผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์
เนื้องอกกล้ามเนื้อมดลูก (Myoma)
ทำให้ประจำเดือนมามาก มีลิ่มเลือด ปวดหน่วง และรู้สึกท้องน้อยแน่น ๆ ส่วนใหญ่ไม่ใช่มะเร็ง
เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญแทรกในกล้ามเนื้อมดลูก (Adenomyosis)
ทำให้มดลูกโตขึ้น ประจำเดือนมามาก และปวดรุนแรง มักพบในผู้หญิงอายุ 35 ปีขึ้นไป
ถุงน้ำรังไข่และภาวะอื่นในอุ้งเชิงกราน
อาจทำให้ปวดข้างใดข้างหนึ่ง ปวดหน่วง หรือปวดนอกช่วงมีประจำเดือนร่วมด้วย
วิธีบรรเทาที่ทำได้เอง
- ประคบร้อนที่ท้องน้อยหรือหลังส่วนล่าง 15–20 นาที ช่วยลดการบีบเกร็งของมดลูก
- กินยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs ตั้งแต่เริ่มปวด อย่ารอให้ปวดมากแล้วค่อยกิน และกินหลังอาหาร
- ออกกำลังกายเบา ๆ สม่ำเสมอ เช่น เดินเร็วหรือโยคะ ช่วยลดความรุนแรงของอาการได้
- ลดคาเฟอีน ของทอด และของหวานจัดในช่วงใกล้มีประจำเดือน
- นอนให้พอและจัดการความเครียด เพราะทำให้รับรู้ความเจ็บปวดมากขึ้น
- จดบันทึกวันที่ปวด ระดับความปวด และยาที่ใช้ เพื่อให้แพทย์เห็นภาพรวม
หากปวดท้องน้อยรุนแรงเฉียบพลันร่วมกับมีไข้ อาเจียน หน้ามืด หรือปวดข้างเดียวอย่างรุนแรงในผู้ที่อาจตั้งครรภ์ ให้ไปสถานพยาบาลทันที
ริกซี่ (Rixie) เข้ามาช่วยดูแลตรงไหน
ริกซี่ มีสารสกัดตังกุยเป็นส่วนประกอบหลัก ซึ่งเป็นสมุนไพรที่ผู้หญิงเอเชียเลือกทานเพื่อดูแลตัวเองในช่วงมีรอบเดือนมาอย่างยาวนาน ทั้งนี้ ริกซี่ เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค
ข้อมูลในหน้านี้เป็นความรู้ทั่วไปเพื่อการดูแลตัวเองเบื้องต้น ไม่ใช่คำแนะนำเฉพาะบุคคล